บริการทำความสะอาด: เทคนิคทำความสะอาดห้องนอน

บริการทำความสะอาด: เทคนิคทำความสะอาดห้องนอน ด้วยขั้นตอนที่ทำตามได้ง่ายและได้ผลลัพธ์ที่น่าปลื้มใจ เราจะเริ่มจากตรงไหนดีล่ะ แล้วล้างชักโกรกน่ะล้างยังไง เราจะมาย่อยการทำความสะอาดให้เหลือเป็นกระบวนการเป็นขั้นเป็นตอนที่ทำตามได้ง่ายและได้ผลลัพธ์ที่น่าปลื้มใจ พอคุณเริ่มทำความสะอาดแล้ว คุณจะไม่อยากหยุดจนกว่าบ้านทั้งหลังจะสะอาดเนี้ยบไร้ที่ติเลยล่ะ

1. จัดการของที่กองระเกะระกะให้เรียบร้อย. เหมือนเดิม คุณต้องเริ่มจากของที่อยู่บนๆ ก่อน ขั้นตอนแรกของการจัดห้องอะไรก็แล้วแต่ก็คือ ต้องกำจัดหรือจัดของเล็กๆ น้อยๆ ก่อน เพราะฉะนั้นกำจัดกองกระดาษที่คุณแหมะไว้ตรงนั้นตรงนี้ เสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้น ห่อขนมที่อยู่ข้างเตียงก่อน แล้ว ค่อยเริ่มจัดห้องได้
ขณะที่คุณทำความสะอาด ให้คุณถือถุงขยะกับตะกร้าผ้าเดินไปเดินมารอบบ้านด้วย วิธีนี้จะช่วยให้คุณเก็บของลงถุง/ตะกร้าได้ขณะที่เดินอยู่ในบ้านและไม่ต้องเดินกลับไปกลับมา

2. เก็บที่นอน. แน่ล่ะว่าการเก็บที่นอนดูเหมือนจะทำไปก็ไม่ได้อะไร เพราะสุดท้ายแล้วคุณก็ต้องกลับมาทำรกตอนกลางคืนอยู่ดี แต่พอคุณได้ลองเก็บที่นอนแล้ว คุณจะเห็นว่ามันทำให้ห้องดูและ รู้สึก ดีขึ้นขนาดไหน มันทำให้การทำความสะอาดส่วนที่เหลือในห้องมีความหมาย เพราะพอคุณทำเสร็จ มันก็จะดูดีขึ้นมาเลย
แน่นอนว่าคุณอาจจะอยากซักผ้าปูที่นอนก่อน แล้ว ค่อยเก็บที่นอน ซึ่งรวมถึงการซักปลอกหมอนและผ้านวมด้วย การกระโดดขึ้นเตียงที่เก็บเรียบร้อยตอนกลางคืนเป็นอะไรที่ดีสุดๆ แต่การได้กระโดดขึ้นเตียงที่เก็บและ สะอาด ด้วยนั้นรู้สึกดียิ่งกว่า

3. จัดตู้เสื้อผ้า. จริงๆ แล้วสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ควรทำทุกวัน แต่แน่ล่ะว่าการปล่อยให้มันรกๆ สักหน่อยย่อมง่ายกว่าแน่นอน นึกภาพแผนผังตู้เสื้อผ้าไว้ในหัว ว่ากางเกง เสื้อ เครื่องประดับ และชุดชั้นใน อะไรอยู่ตรงไหนบ้าง จากนั้นค่อยจัด เอาของที่เหมือนกันไว้ด้วยกันและเอาสิ่งที่คุณใส่บ่อยที่สุดไว้ด้านบน
ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรที่คุณจะค้นตู้เสื้อผ้าให้ทั่วแล้วดูว่า มีของอะไรที่คุณอยากจะทิ้งไปบ้าง (รวมทั้งของอื่นๆ ที่ไม่ใช่เสื้อผ้าด้วย) เพราะเป็นไปได้ว่าจะต้องมีเสื้อผ้าหรือของอย่างน้อย 2 – 3 ชิ้นที่คุณไม่อยากเก็บไว้แล้ว และเก็บไว้ก็มีแต่เปลืองพื้นที่ แต่อย่าเพิ่งทิ้งนะ เพราะมันอาจจะเอาไปบริจาคได้

4. ปัดฝุ่น ดูดฝุ่นหรือถู และฉีดกลิ่นหอมทั่วห้อง. พวกชั้นวางของและซอกเล็กซอกน้อย (ยังไม่รวมใต้เตียงและหลังเตียง) เป็นศูนย์รวมของฝุ่นและขี้รังแคมากมาย การจัดการกับฝุ่นและขี้รังแคพวกนี้ต้องใช้ถุงมือดันฝุ่นหรือผ้าดันฝุ่นถึงจะดี แต่คุณก็อาจจะใช้สเปรย์กำจัดไรฝุ่นหรือแผ่นทำความสะอาดฆ่าเชื้อเพื่อกำจัดฝุ่นก็ได้ พอคุณปัดฝุ่นหมดแล้วรวมทั้งตามมุมพื้นด้วย คุณก็สามารถดูดฝุ่นหรือถูได้เลย
ของบางชิ้นเช่นโคมไฟและผ้าม่านอาจจะต้องเบามือหน่อย สำหรับของพวกนี้คุณอาจจะใช้ที่เป่าผมค่อยๆ ปัดฝุ่นออกไป
เสร็จแล้ว ทำให้การทำความสะอาดห้องนอนเสร็จสมบูรณ์ด้วยการฉีดกลิ่นหอมสดชื่นอย่างกลิ่นเลมอนหรือกลิ่นลาเวนเดอร์ให้ทั่วห้องนอน

ทำความสะอาดส่วนนั่งเล่นทั่วไป

1. ทำความสะอาดพื้น. ขึ้นอยู่กับว่าพื้นของคุณเป็นพื้นแบบไหน พื้นไม้ เซรามิก พรมน้ำมัน หรือพรม (นี่แค่พูดถึงทั่วๆ ไปนะ) พื้นแต่ละแบบต้องการการทำความสะอาดที่ไม่เหมือนกัน วิธีการทำความสะอาดแบบไหนล่ะที่เหมาะกับพื้นของคุณ
การดูดฝุ่นเป็นวิธีกำจัดฝุ่นและเศษเล็กเศษน้อยต่างๆ ที่สะสมอยู่บนพื้นที่มีพรมได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด (และจริงๆ แล้วถ้าคุณมีสัตว์เลี้ยงที่ผลัดขน คุณก็ควรดูดฝุ่นทุกวัน)
หรือลองใช้ม็อบดันฝุ่นแห้ง (ชนิดที่เป็นไมโครไฟเบอร์จะใช้ดี) ถ้าเป็นพื้นกระเบื้อง/ไม้ คุณอาจจะใช้เครื่องกวาดฝุ่นพรม (เครื่องกวาดที่ไม่ใช้ไฟฟ้าที่คุณใช้ไถไปกับพรมที่มีแปรงอยู่ข้างใต้) ถ้าเป็นพื้นพรม ทั้งสองวิธียุ่งยากน้อยกว่าการเอาเครื่องดูดฝุ่นออกมา และทำให้คุณมีเวลาระหว่างการดูดฝุ่นแต่ละช่วงนานขึ้นด้วย

2. ถูพื้น. เครื่องมือใหม่ๆ ล้ำๆ ที่มาแทนการถูพื้นอาจมีประโยชน์ แต่ก็ยังไม่มีอะไรกำจัดคราบสกปรกที่ติดหนึบอยู่ที่พื้นได้ดีไปกว่าไม้ถูพื้นทั่วไป พื้นที่อยู่ในครัวและบริเวณอื่นๆ จะต้องสะอาดวิบวับ ถ้าเป็นพื้นกระเบื้องหรือพื้นที่มีร่อง ไม่มีอะไรที่จะกำจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ตามรอยแยกและรอยบุ๋มต่างๆ ได้นอกจากไม้ถูพื้น
ผ้าม็อบมีหลายแบบด้วยกัน ผ้าม็อบดันฝุ่นที่เป็นผ้าจริงๆ นั้นดีกว่าและทนทานกว่าผ้าม็อบที่เป็นฟองน้ำ[4] ผ้าม็อบดีๆ ช่วยรับประกันได้ว่า ถ้าคุณออกแรงถูน้อย พื้นก็จะดูสวยงาม ใช้น้ำผสมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับพื้นของคุณ (อย่าลืมอ่านฉลากด้วย)

3. ถ้าคุณมีสัตว์เลี้ยง พยายามอย่าให้มีเห็บหมัด. วิธีที่จะป้องกันไม่ให้มีเห็บหมัดที่ดีที่สุดก็คือการใช้เครื่องดูดฝุ่น หรือไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องปูพรม เพราะพรมเป็นแหล่งแพร่พันธุ์เห็บหมัด (ยังไม่นับรวมสิ่งอื่นๆ ที่เหมาะสำหรับให้เห็บหมัดเกาะด้วย) ถ้าคุณมีสัตว์เลี้ยง ให้ดูดฝุ่นทุกวัน วิธีนี้จะทำให้เห็บหมัดไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้ (เพราะเห็บหมัดแพร่พันธุ์จากสัตว์เลี้ยงและเศษผิวหนังของคน)
ในการกำจัดเห็บหมัดโดยไม่ใช้สารเคมีที่เป็นพิษ หลังจากดูดฝุ่นเสร็จแล้ว ให้โรยบอแรกซ์บนพรมและปล่อยให้ซึมไปจนถึงพรมด้านล่าง วิธีนี้จะทำให้คุณไม่มีเห็บหมัดในบ้านอีกเลย คุณสามารถหาซื้อบอแรกซ์ได้ตามร้านเคมีภัณฑ์ทั่วไป

4. ปัดฝุ่นเฟอร์นิเจอร์. ไรฝุ่นที่มีขนาดเล็กมากไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่านี้มีอยู่ทุกที่ และถ้าเราเห็นมันได้ล่ะก็ รับรองว่าเราต้องได้ปัดฝุ่นกันทั้งวันทั้งคืนแน่ ไรฝุ่นมีอยู่ทุกที่ในบ้านและอาจทำให้จาม ไอ และเป็นหืดได้[5] นอกจากปัดฝุ่นแล้ว การดูดฝุ่นและการถูก็ช่วยได้เช่นกัน
ในการกำจัดฝุ่นจากเฟอร์นิเจอร์นั้น ให้คุณเอาผ้าหมาดหรือถุงมือดันฝุ่นถูพื้นผิวของเฟอร์นิเจอร์ ถูต่อเนื่องทุกพื้นผิวเพื่อไม่ให้คุณพลาดจุดใดจุดหนึ่งไป และถูเป็นแนวเดียวกันทั่วทั้งห้อง คุณอาจจะใช้สเปรย์ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ที่มีกลิ่นหอมอย่างยี่ห้อ Pledge ด้วยก็ได้

5. เคลือบเงาเฟอร์นิเจอร์ไม้. เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดกระจก ผลิตภัณฑ์เคลือบเฟอร์นิเจอร์ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด แต่สามารถนำมาใช้เพื่อทำความสะอาด ได้ ถ้าคุณอยากใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบเฟอร์นิเจอร์ คุณต้องอ่านฉลาก อย่างละเอียด และหาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับความต้องการของคุณโดยเฉพาะ
เฟอร์นิเจอร์บางอย่างสามารถใช้น้ำทำความสะอาดได้ และควรใช้น้ำผสมสบู่ตามสูตรที่กล่าวไว้ในขั้นตอนที่ 2 และต้องรีบเช็ดจากพื้นผิวให้แห้ง
ต่อไปให้ทาน้ำยาเคลือบเฟอร์นิเจอร์ตามปริมาณที่กำหนด และเช็ดออกตามวิธีใช้ วิธีนี้จะทำให้ฝุ่นไม่เป็นคราบฝังแน่นในเฟอร์นิเจอร์

6. ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์อย่างระมัดระวัง. ตามกฎทั่วไปแล้ว ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดอเนกประสงค์ไม่ได้เหมาะกับการทำความสะอาดทุกอย่างเหมือนที่คุณคิดเสมอไป คุณต้องอ่านฉลากอย่างละเอียดก่อนซื้อเพื่อให้แน่ใจว่ามันเหมาะกับความต้องการของคุณ และอ่านฉลากเพื่อให้แน่ใจว่าเหมาะกับการทำความสะอาดที่คุณคิดว่าจะทำในตอนนั้น เพราะคุณคงไม่อยากทำให้เฟอร์นิเจอร์ดีๆ ต้องเสียหาย
อีกกฎทั่วไปก็คือ อย่าเอาผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมาผสมกัน เพราะมันอันตรายมาก ใช้ทีละอย่างและทำตามวิธีใช้ที่อยู่บนฉลาก

7. จัดข้าวของเล็กๆ น้อยๆ และตบฝุ่นหมอน. ตอนนี้คุณก็ทำความสะอาดพื้นผิวทุกอย่างแล้วรวมทั้งพื้นด้วย ก็ได้เวลาจัดข้าวของเล็กๆ น้อยๆ เพราะว่าคุณทำความสะอาดเกือบเสร็จหมดแล้ว ตบฝุ่นหมอน กางผ้าคลุมเฟอร์นิเจอร์ให้เรียบร้อย และจัดทุกอย่างที่อยู่ในห้องให้เหมือนว่าคุณกำลังจะขายบ้าน ถ้ามีของในสายตามากเกินไป ให้เอาบางอย่างไปเก็บไว้ในกล่องเก็บของและแปะชื่อไว้ เพราะสุดท้ายคุณอาจจะลืมได้ว่าเอาไปไว้ที่ไหน
พอทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ให้ใช้สเปรย์ฉีดห้องฉีดให้ทั่วและนั่งลงชื่นชมผลงานของตัวเอง ยังมีอะไรที่ไม่ได้ทำอีกไหม ใส่น้ำมันบานพับประตูหรือยัง ทำความสะอาดกำแพงหรือยัง ต้องเปลี่ยนหลอดไฟไหม