ความแตกต่างของลิปสติกแต่ละประเภท

ความแตกต่างของลิปสติกแต่ละประเภท การใช้ลิปสติกเพื่อเติมสีสันให้แก่ริมฝีปากเป็นการประทินความงามที่อยู่คู่กับผู้หญิงมานาน สาว ๆ เองก็คงมีลิปสติกไว้ในครอบครองอย่างน้อยก็คนละ 3-4 แท่งใช่ไหมล่ะคะ ทั้งไว้ต่างสีต่างเฉด แถมยังมีเนื้อลิปสติกที่ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อแมท เนื้อเชียร์ หรือแบบเงางามวาวฉ่ำ เพื่อให้ลุคที่แตกต่างกันไปในการแต่งหน้าแต่ละแบบ ว่าแต่ประเภทของลิปสติกแต่ละแบบมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ลองมาทบทวนทำความรู้จักให้ละเอียดไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

1. ลิปสติกเนื้อเชียร์และซาติน (Sheer and Satin Lipstick)

ลิปสติกเนื้อเชียร์และเนื้อซาตินมีสีสันเพียงบาง ๆ มีส่วนผสมของน้ำมันอยู่เยอะ ให้ความมันวาวได้ดีระดับหนึ่ง ใช้เพื่อเน้นสีสันธรรมชาติของริมฝีปากให้ชัดเจนขึ้นหรือเติมสีสันใหม่ลงไปเพียงจาง ๆ เท่านั้น สามารถใช้แทนลิปบาล์มเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากไปพร้อม ๆ กับให้สีสันใส ๆ เป็นธรรมชาติ เมื่ออยู่ในแท่งอาจดูมีสีเข้ม แต่จะอ่อนลงมากเมื่อนำมาใช้จริง ด้วยเม็ดสีที่ไม่แน่นทำให้มันเหมาะกับผู้ที่ไม่ปรารถนาการใช้ลิปสติกสีจัด และไม่อยากทาลิปกลอสให้เหนียวเหนอะริมฝีปาก อย่างไรก็ดีลิปสติกเนื้อเชียร์และเนื้อซาตินนี้สามารถทาทับได้หลายครั้งโดยไม่เป็นคราบ

2. ลิปสติกเนื้อครีม (Cream Lipstick)

ลิปสติกเนื้อครีมอัดแน่นไปด้วยเม็ดสี จึงให้สีสันที่จัดจ้านและชัดเจน ส่วนใหญ่จะใช้พู่กันลิปสติกในการทาลงที่ริมฝีปากเพื่อความสม่ำเสมอของพื้นผิวและสีสัน รวมทั้งใช้ร่วมกับดินสอเขียนขอบปากสีเดียวกันหรือสีที่เท่ากับสีธรรมชาติของริมฝีปาก เพื่อป้องกันไม่ให้ลิปสติกเปรอะเปื้อนออกนอกขอบเขต

3. ลิปสติกเนื้อแมท (Matte Lipstick)

ลิปสติกเนื้อแมท ให้มีเม็ดสีที่แน่น ให้สีสันที่ชัดเจนโดยปราศจากความเงาวาวโดยสิ้นเชิง สามารถช่วยให้ริมฝีปากดูเรียวเล็กลงได้ด้วยการเลือกใช้สีสดใสหรือสีเข้มจัด แต่ก็มักเน้นให้เห็นริ้วรอยบนริมฝีปากด้วย เนื้อลิปสติกที่ไร้ซึ่งความมันวาวมักทำให้ริมฝีปากแห้งได้ง่าย หากต้องการทาลิปสติกเนื้อแมทให้สวยจึงควรทาลิปบาล์มเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากเสียก่อน รวมทั้งเลือกใช้ลิปสติกเนื้อแมทที่มีส่วนผสมของวิตามินอีและอโลเวรา ก็จะช่วยให้เรียวปากชุ่มชื้นและเนียนขึ้นได้

4. ลิปสติกที่ให้ความแวววาว (Shine Lipstick)

ลิปสติกแบบมันวาวมีส่วนผสมของกลิตเตอร์เล็ก ๆ ที่ให้ประกาย รวมทั้งให้ความมันวาวแบบกลอสซี่ จึงทำให้ริมฝีปากดูเต็มและอวบอิ่ม อย่างไรก็ดีควรหลีกเลี่ยงการทาลิปสติกชนิดนี้ลงบนริมฝีปากที่แห้งลอก เพราะจะยิ่งเน้นให้เห็นข้อบกพร่องของริมฝีปากได้ชัดเจน

5. ฟรอสตี้ลิปสติก (Frosty หรือ Pearlescent Lipstick)

ฟรอสตี้ลิปสติกมีประกายเล็กละเอียดแบบประกายมุก สีออกเหลืองขาวเล็กน้อย แต่ไม่มันวาวเท่ากับ Shine Lipstick มันเป็นที่นิยมมากในยุค 80’s อย่างไรก็ตามการเลือกใช้ลิปสติกประเภทนี้ ต้องเลือกสีที่เข้ากันได้กับสีผิวและสีอันเดอร์โทนของของผู้ใช้ ไม่เช่นนั้นอาจได้ลุคที่ดูป่วยและประหลาดเกินไป

6. ลิปกลอสและทินท์

แม้ลิปกลอสและทินท์จะไม่ใช่ลิปสติก แต่ก็จัดอยู่ในพวกที่ให้สีสันกับริมฝีปาก ทั้งลิปกลอสและทินท์มักใช้คู่กัน โดนใช้ทินท์เพิ่มสีสันให้ริมฝีปาก และใช้กลอสทาทับเพื่อเพิ่มความแวววาว ทั้งนี้ไม่นิยมใช้ลิปกลอสเดี่ยว ๆ โดยไม่ทาทินท์หรือลิปสติกที่ริมฝีปากเสียก่อน